โดยเบื้องต้น ประเด็นที่ต้องตรวจสอบน่าจะอยู่ที่การใช้ดุลพินิจของแพทย์ในการวินิจฉัยและตัดสินใจรักษา ว่าเป็นไปตามมาตรฐานวิชาชีพหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังรับฟังข้อมูลเพียงด้านเดียว จึงจำเป็นต้องรวบรวมข้อเท็จจริงจากทุกฝ่ายก่อนจะสรุปได้ว่าเกิดความบกพร่องหรือไม่
สำหรับกระบวนการของแพทยสภา สามารถเริ่มต้นได้ 2 แนวทาง คือ ญาติผู้เสียหายยื่นเรื่องร้องเรียนต่อสำนักงานเลขาธิการแพทยสภา ซึ่งจะเข้าสู่กระบวนการสอบสวนคดีจริยธรรม หรือในกรณีที่ยังไม่มีการร้องเรียน แต่เลขาธิการแพทยสภาพิจารณาเห็นว่าเป็นกรณีที่มีผลกระทบต่อมาตรฐานวิชาชีพ หรือสร้างความเสียหายต่อความเชื่อมั่นของประชาชน ก็สามารถเสนอให้รับเรื่องเป็นคดีได้เอง
“หากญาติยังไม่ได้ยื่นเรื่องร้องเรียน เชื่อว่าทางแพทยสภาจะพิจารณาติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิด และอาจประสานไปยังผู้เกี่ยวข้องเพื่อรวบรวมข้อเท็จจริง หากเห็นว่ากรณีดังกล่าวมีมูลก็สามารถรับเรื่องเข้าสู่การพิจารณาได้” รศ.(พิเศษ) นพ.เมธี กล่าว
เมื่อถามถึงประเด็นที่อาจเข้าข่ายความผิด หากข้อเท็จจริงเป็นไปตามที่มีการนำเสนอข่าว รศ.(พิเศษ) นพ.เมธี กล่าวว่า ประเด็นสำคัญคือการใช้ดุลพินิจในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม ว่ามีความเหมาะสมหรือเป็นไปตามมาตรฐานหรือไม่ รวมถึงการสื่อสารและการให้คำแนะนำแก่ผู้ป่วยและญาติ
หากมีการใช้ถ้อยคำหรือพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ต้องตรวจสอบเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม การพิจารณาจะต้องอาศัยข้อมูลจากทุกฝ่าย ทั้งญาติผู้เสียหาย แพทย์ผู้ให้การรักษา รวมถึงข้อมูลจากโรงพยาบาล เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ไม่สามารถตัดสินจากข้อมูลที่เผยแพร่ในสื่อเพียงด้านเดียวได้ |