ในการคุ้มครองสิทธิ ผู้รับมอบฉันทะจากทนายความของผู้กล่าวหาได้เสนอเงื่อนไข 3 ข้อ แลกกับการถอนคำร้องทุกข์จำเลย ได้แก่
1. ให้ลบโพสต์ข้อความตามคำฟ้องทั้งหมด 2. โพสต์ข้อความขอโทษเป็นเวลา 7 วัน 3. ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ฝ่ายจำเลยได้ปฏิเสธที่จะรับเงื่อนไขดังกล่าว
ในคดีนี้พบว่าผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดพะเยาได้ออกนั่งพิจารณาด้วยตนเอง 0โดยได้อ่านคำฟ้องและสอบถามคำให้การ จำเลยให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยจำเลยรับว่าเป็นผู้โพสต์ข้อความตามคำฟ้อง แต่การกระทำดังกล่าวไม่เป็นความผิด เนื่องจากเป็นการติชมโดยสุจริต
ทนายความของ ร.อ.ธรรมนัส ยังยื่นคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมและยื่นคำร้องคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องคดีอาญา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 44/1 ระบุเหตุผลว่าการที่จำเลยเผยแพร่ข้อความดังกล่าว ทำให้บุคคลผู้มาพบเห็นสามารถเข้าใจได้ว่า ผู้ร้องเป็นคนไม่ดี เป็นผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดและถูกดำเนินคดีร้ายแรงไม่สมควรเป็นผู้ดำรงตำแหน่งผู้นำทางการเมืองได้ ทำให้ได้รับความเสียหาย
คำร้องยังระบุต่อไปว่า ร.อ.ธรรมนัส ได้รับโปรดเกล้าให้ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์การเกษตร และเคยดำรงตำแหน่งสำคัญอีกหลายตำแหน่ง ย่อมได้รับการตรวจสอบคุณสมบัติและเป็นผู้ผ่านคุณสมบุติครบถ้วน จึงทำให้เสียหายต่อเกียรติยศชื่อเสียง
ผู้ร้องจึงขอเรียกค่าเสียหายอันเป็นค่าสินไหนทดแทนจำนวน 10,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อปี ของเงินต้นจำนวนดังกล่าวตั้งแต่วันที่โพสต์ข้อความ ด้านฝ่ายจำเลยขออนุญาตศาลยื่นคำให้การในคดีส่วนแพ่งภายใน 15 วัน
ศาลนัดสืบพยาน 15-16 ต.ค. นี้
เมื่อคู่ความทั้งสองฝ่ายไม่สามารถตกลงไกล่เกลี่ยกันได้ ศาลจึงให้ดำเนินการนัดสืบพยานหลักฐานต่อไป ฝ่ายอัยการโจทก์อ้างพยาน 5 ปาก ได้แก่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ผู้เสียหาย, อาทิตย์ มานัสสา ผู้รับมอบอำนาจ, ผู้พบเห็นข้อความ, พนักงานสืบสวนผู้ตรวจสอบข้อความ และพนักงานสอบสวนจาก สภ.เมืองพะเยา
ส่วนโจทก์ร่วมได้อ้างพยาน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ผู้เสียหาย และ อาทิตย์ มานัสสา ผู้รับมอบอำนาจ และฝ่ายจำเลย อ้างพยาน 1 ปาก คือ ตัวจำเลยเอง
ศาลจังหวัดพะเยาได้กำหนดเวลาสืบพยาน โดยให้ฝ่ายโจทก์ 1 นัด, ฝ่ายจำเลยครึ่งนัด และฝ่ายโจทก์ร่วมครึ่งนัด และกำหนดวันนัดสืบพยานในวันที่ 15 – 16 ต.ค. 2569 |