จนกระทั่งผ่านไปประมาณ 1 ชั่วโมง เธอกลับมาที่ร้านอีกครั้งเพื่อรับผ้าของตัวเองและพบเงินสดจำนวน 1,520 บาทตกอยู่ในถังซัก จึงเก็บไว้เพราะเข้าใจว่าเป็นเงินของตัวเองที่ลืมทิ้งไว้
เรื่องราวกลับบานปลายในค่ำวันต่อมา เมื่อคู่กรณีซึ่งเป็นเจ้าของผ้าได้เดินทางมาหาเธอถึงบ้าน พร้อมกล่าวหาว่าเธอขโมยเงินสดจำนวน 20,000 บาทที่ลืมไว้ในเครื่องซักผ้า และขู่จะดำเนินคดีข้อหาลักทรัพย์ แม้เธอจะพยายามอธิบายและยืนยันความบริสุทธิ์ใจ รวมถึงเดินทางไปสถานีตำรวจภูธรโพธารามเพื่อขอลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน แต่ในตอนแรกตำรวจยังไม่รับเรื่องเนื่องจากคู่กรณียังไม่ได้แจ้งความ จนกระทั่งต่อมาตำรวจได้ประสานผ่านนายจ้างให้เธอเข้าไปเจรจา ซึ่งฝ่ายคู่กรณีก็ยังคงปักใจเชื่อและยืนยันจะเอาผิดให้ได้
สาเหตุที่เธอตัดสินใจเข้าร้องเรียนกับสายไหมต้องรอดในครั้งนี้ เป็นเพราะเกิดความกังวลใจอย่างมากว่าจะตกเป็นผู้ต้องหาทั้งที่ไม่ได้ทำผิด อีกทั้งยังทราบมาว่าคู่กรณีเป็นเจ้าถิ่นที่เป็นเจ้าของพื้นที่ซึ่งนายจ้างของเธอเช่าให้คนงานพักอาศัย จึงเกรงว่าจะส่งผลกระทบไปถึงหน้าที่การงานและนายจ้าง อย่างไรก็ตาม เธอได้ขอภาพจากกล้องวงจรปิดของร้านสะดวกซักไว้เป็นหลักฐานแล้ว ซึ่งมั่นใจว่าจะสามารถพิสูจน์ความบริสุทธิ์ได้ว่าเธอไม่ได้รื้อค้นหรือขโมยเงินใครอย่างแน่นอน |