วิกฤตครั้งนี้ส่งผลให้มีน้ำนมดิบตกค้างอยู่บนรถขนส่งถึง 43 ตัน ซึ่งเสี่ยงต่อการต้องเททิ้ง ทางผู้จัดการกลุ่มต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในการรับซื้อน้ำนมจากเกษตรกรเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนสูงถึงวันละเกือบ 300,000 บาท ซึ่งประเมินว่าจะสามารถแบกรับภาระนี้ได้เพียงประมาณ 1 สัปดาห์ หรือจนถึงวันที่ 6 มีนาคมเท่านั้น
ทางบริษัทผู้รับซื้อได้อ้างเหตุผลในการยกเลิกสัญญาว่าคุณภาพน้ำนมต่ำและสงสัยว่าอาจมีการปนเปื้อนน้ำ อย่างไรก็ตาม ทางกลุ่มเกษตรกรและศูนย์รวบรวมน้ำนมได้โต้แย้งประเด็นนี้ โดยยืนยันว่าศูนย์ฯ มีกระบวนการตรวจสอบคุณภาพที่เข้มงวด หากไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน เช่น การตรวจเต้านมอักเสบ น้ำนมจะถูกตีกลับตั้งแต่ต้นทางทันที
กลุ่มเกษตรกรตั้งข้อสังเกตว่า ปัญหาที่แท้จริงอาจมาจากสภาวะนมล้นตลาดซึ่งเป็นผลพวงมาจากการนำเข้านมผงที่มากเกินไป รวมถึงความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบจากข้อตกลงการค้าเสรี ส่งผลให้น้ำนมดิบในประเทศถูกกดราคา เมื่อต้องนำไปขายนอกระบบ ราคาจะตกลงมาอยู่ที่เพียง 10-16 บาทต่อลิตร จากราคาโควตาเดิมที่ 22.75 บาทต่อลิตร
เบื้องต้น ทางศูนย์ฯ ได้ยื่นเรื่องร้องเรียนไปยังบริษัท ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี และนายกสมาคมอุตสาหกรรมนมไทยแล้ว ซึ่งการลงพื้นที่ของปศุสัตว์จังหวัดในครั้งนี้ เป็นการประสานงานตามข้อสั่งการของผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อเร่งหาแหล่งรับซื้อน้ำนมแห่งใหม่ให้กับเกษตรกรกลุ่มจอมบึง โดยมีแนวโน้มว่าจะเจรจากับศูนย์รับนมแมรี่แอนด์ หรือศูนย์สหกรณ์โคนมหนองโพ เพื่อช่วยกู้วิกฤตและต่อลมหายใจให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมในพื้นที่ต่อไป. |